WINTESLA2003.COM เราซ่อมมือถือ

28 ตุลาคม 2563, 03:54:09
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม เพื่อสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกมากกว่าที่เห็น เราขอแนะนำให้ท่านสมัครสมาชิก!
  • noavata
  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาชั้นสูง  
ท่านจะใช้งานเว็บบอร์ดนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากท่านใช้   Firefox Browser  ตัวอักษรจะดูเป็นระเบียบและอ่านง่ายยิ่งขึ้นเมื่อท่านปรับเป็นชนิด  ClearType

         
ร้านเคบ๊อกซ์ทีม อาคารแค๊ปปิตอลพลาซ่า ชั้น 2 โซนใหม่ (ด้านหน้า)

ส่วนจำหน่ายสินค้าโทรฯ 0-2622-6560,08-6342-7832    

แผนกช่าง ซ่อม/แฟลชเครื่อง โทรฯ  0-2223-0595







 
 
 




 
หน้า: 1    ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ:  "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน"-วินทร์ เลียววาริณ  (อ่าน 6418 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TYLER^
New Member

*


คะแนนขอบคุณ: 227
คะแนนซื้อ-ขาย: (0)

ออฟไลน์ ออฟไลน์

Member ID : 2002

Time Online : 41:4:43

Level 22 : Exp 60%
**
HP: 0%
**
PD: 0.156
**

กระทู้: 780

OS:
Windows XP
Browser:
Microsoft Internet Explorer 6.0


« เมื่อ: 9 ธันวาคม 2552, 15:15:20 »

                                           


สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เขียนโดย วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สะท้อนสัญชาตญาณของความ

เป็นคนออกมาได้ดี ทั้งในแง่ของความต้องการทางกายภาพ ความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์พื้นฐานของคน ผู้เขียน

ได้ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสิ่งที่หล่อหลอมสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ขึ้น

มา เช่น องค์ประกอบของธาตุ มวลสสาร พันธุกรรมและดีเอ็นเอ และส่วนหนึ่งมาจากการขัดเกลาทางสังคม เช่น

จารีตประเพณี ความเชื่อและศาสนา

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เป็นการผสมผสานบทความ 17 บทความ และเรื่องสั้น 17 เรื่อง ผู้เขียนใช้บทความอธิบาย

ความคิด ประเด็นทางปรัชญา และเป็นตัวนำเรื่องสั้นแต่ละเรื่องให้ผู้อ่านไปถึงจุดหมายที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ

บทความและเรื่องสั้นจึงมีความสัมพันธ์กันเป็นคู่ๆ ถือเป็นกลวิธีการสร้างสรรค์เรื่องสั้นที่น่าสนใจ

ความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งต่างๆ

แนวคิดในการมองโลกของผู้เขียนจะมองโลกในมุมกว้างจากระดับจักรวาล ดังนั้นจึงมองเห็นความสัมพันธ์ของ

คนกับสิ่งอื่นว่าล้วนมาจากรากเหง้าเดียวกัน ผู้เขียนได้อธิบายความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งต่างๆตั้งแต่ระดับเล็กไป

จนถึงระดับกว้าง กล่าวคือ ความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งเร้าภายใน คนกับสิ่งเร้าภายนอก คนกับกฎเกณฑ์ของคน

 คนกับคน คนกับสัตว์ และคนกับจักรวาล แสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนนี้ไม่มีอิสระอย่างแท้จริง

พฤติกรรม อารมณ์ ความรู้สึกของคนล้วนตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่มาจากสิ่งเร้าภายใน เช่น

ความต้องการทางเพศ ความกลัว หรือสัญชาตญาณการเอาตัวรอด นอกจากนี้ยังมีกฎเกณฑ์ใหม่ที่คนกำหนดขึ้น

มาเมื่อมีความจำเป็นต้องรวมกลุ่มกันเป็นสังคม เช่น บรรทัดฐานทางสังคม ระบบศาสนา เป็นต้น กฎเกณฑ์ที่เกิด

ขึ้นภายหลังนี้ก็เพื่อจำกัดและควบคุมความรู้สึกภายในของคน ทำให้คนไม่สามารถเปิดเผยความต้องการหรือ

ความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่ากฎเกณฑ์ที่คนสร้างขึ้นมานี้ดีจริงหรือไม่ หรือมันช่วยทำให้

สังคมไม่วุ่นวายได้มากน้อยแค่ไหน และเราแน่ใจได้อย่างไรว่ามันสามารถควบคุมพฤติกรรม ความรู้สึกที่เป็น

ธรรมชาติดั้งเดิมของคนได้


ความขัดแย้งของแรงขับเคลื่อนภายในกับกฎเกณฑ์สังคม
เรื่องสั้นหลายเรื่องใน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน จึงสะท้อนให้เห็นภาพความขัดแย้งของแรงขับเคลื่อนภายในกับ

กฎเกณฑ์สังคม หรือกฎเกณฑ์ทางศีลธรรม ผิดหรือไม่ที่บางครั้งเราอยากทำอะไรตามใจปรารถนาภายใน แม้ว่าจะ

ต้องขัดกับกรอบระเบียบหรือความคิดส่วนใหญ่ของคนในสังคม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ความต้องการทางเพศ

ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สัตว์ทุกชนิดดำรงเผ่าพันธุ์ไว้ได้ หากไม่มีความต้องการทางเพศก็ย่อมไม่มี

การร่วมเพศและการขยายลูกหลาน ดังนั้นแรงขับเคลื่อนทางเพศจึงเป็นเสมือนของขวัญที่ประทานมาจากพระ

เจ้า ถ้าเราเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกและคนขึ้นมาจากฉายาของพระองค์จริง ในสังคมบรรพกาลเรื่องเพศถือเป็น

เรื่องธรรมชาติของคน ไม่มีการปิดบังกันแต่ต่อมาเมื่อคนสร้างสังคมรวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆขึ้นมา เรื่องเพศกลาย

เป็นสัญชาตญาณแรกที่คนต้องกดซ่อนเอาไว้ แต่เราไม่รู้ว่ากฎเกณฑ์ทางเพศที่ควบคุมแรงขับเคลื่อนภายในของ

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนนี้ดีจริงหรือไม่ และกฎเกณฑ์ที่คิดสร้างขึ้นมาภายหลังจะสามารถล้อมกรอบธรรมชาติพื้น

ฐานที่ติดตัวคนมาตั้งแต่แรกกำเนิดได้มากน้อยเพียงใด

ในเรื่องสั้นเรื่อง “ชู้” เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการทางเพศของชายหญิงที่มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด

แม้ว่าตัวละครฝ่ายหญิงจะแต่งงานแล้ว แต่สามีของเธอก็ชราเกินกว่าจะตอบสนองความปรารถทางเพศรสของ

เธอได้ ช่วงแรกของเรื่องผู้เขียนหลอกผู้อ่านให้เชื่อว่าตัวละครชายกับหญิงในเรื่องลักลอบเป็นชู้กัน แต่ในตอน

ท้ายเรื่องก็หักมุมเป็นว่าสามีของตัวละครหญิงเองที่เป็นคนจ้างให้ตัวละครชายคนนี้มาให้บริการทางเพศแก่ภรรยา

ของตน เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะถือว่าการกระทำของตัวละคร “ผม” ในเรื่องนี้ทำผิดศีลธรรมหรือไม่ในเมื่อสามีของ

ฝ่ายหญิงเองที่เป็นผู้ยินยอมให้ภรรยาของตนมานอนกับชายอื่น ชายคนนี้หรือหญิงคนนี้ควรถูกสังคมประฌามหรือ

ไม่ว่าเป็นชู้กัน แต่สุดท้ายเมื่อหน้าที่จบลงผู้เขียนก็ทำให้เราคาดเดาไปต่างๆนานาว่าความสัมพันธ์ของชายหญิง

คู่นี้จะจบลงหรือไม่ ถ้าดูจากวันสุดท้ายที่เขียนว่า “เรื่องส่วนตัว” แล้วก็ชวนให้ผู้อ่านคิดว่าต่อไปทั้งสองอาจ

พัฒนาการความสัมพันธ์จนกลายเป็นชู้กันไปจริงๆ หากตัวละครทั้งสองไม่สามารถหักห้ามความรู้สึก ความ

ปรารถนาที่มีต่อกันได้

เรื่องสั้นเรื่องอื่นก็พูดถึงแรงขับทางเพศเช่นกัน เช่น เรื่อง”ละครจริงในห้องขาวดำ” พฤติกรรมของตัวละครที่ผ่าน

กันมาโลดแล่นอยู่ในห้องขาวดำนี้ เราสามารถพบได้ทั่วไปตามท้องถนน อาจเป็นคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก หรือ

อาจเป็นคนสนิทใกล้ชิดกับเราก็เป็นได้


พฤติกรรมของคน
พฤติกรรมของคนย่อมมีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ภายนอกของคนอาจฉาบไว้ด้วยความสุภาพเรียบร้อย การแต่ง

กายที่ดูดี แต่ใครจะรู้ว่ายามคนซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ไม่มีใครเห็นเขาอาจทำในสิ่งที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องเพศ

เนื่องจากเป็นเรื่องที่ถูกกฎเกณฑ์มากมายคอยกำกับควบคุมไว้ สิ่งที่ต้องปิดบังซ่อนเร้นไว้มากเท่าไหร่ก็ย่อมแสวง

หาทางปลดปล่อยที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งในสังคมที่ไม่เปิดกว้างยอมรับความแตกต่างทางเพศที่นอกเหนือ

จากชายจริง หญิงแท้ด้วยแล้ว พวกที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากที่สังคมกำหนดไว้ เช่น โฮโมเซ็กชวล ไบโอ

เซ็กชวล เลสเบี้ยน ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยไม่เหมือนคนทั่วไปในสังคม เมื่อกลัวสังคมและคนรอบข้างจะรับไม่

ได้ก็ต้องเก็บงำความรู้สึกที่แท้จริงไว้ กลายเป็นคนเก็บกดต้องคอยใส่หน้ากากรับบทบาทเป็นเพศที่ใจไม่ต้องการ

เป็น คนเหล่านี้หลายคนพบว่าเป็นผู้ที่มีอารมณ์รุนแรง ทั้งนี้เพราะเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ความ

จริงแล้วพวกเขาไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย ไม่ต้องโทษการเลี้ยงดูให้เสียเวลา เพราะมีนักวิทยาศาสตร์หลาย

คนยืนยันว่าพฤติกรรมเหล่านี้มาจากยีนที่กำหนดมาตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้นการมีกฎเกณฑ์ทางเพศที่ซับซ้อนขึ้น

กลับทำให้คนมีอิสรภาพน้อยลง แล้วความจริงคนควรมีเสรีภาพมากน้อยแค่ไหน เสรีภาพที่แท้มีหรือไม่ ฌอง ปอ

ล ซาตร์ส นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสเสนอปรัชญาเอ็กซิสเต็นเชียลิสม์ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีอิสระอย่างเต็มที่ แต่

มนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองด้วย ตามแนวคิดนี้คนไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใดๆของ

สังคม ถ้าเชื่อตามความคิดนี้คนก็อาจมีเซ็กซ์ได้โดยเสรีไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นลูก เมียของใคร หากทำแล้วตัวมั่น

ใจว่าสามารถยอมรับผลที่จะตามมาได้ เช่น อาจถูกสามีเขาเอาปืนมาไล่ยิง แต่ในความเป็นจริงจะมีใครสักกี่คนรับ

ผิดชอบหากมันต้องแลกด้วยชีวิตของคนเรา

การกระทำตามใจปรารถนาของเราอย่างเต็มที่นั้นอาจไปกระทบหรือคุกคามชีวิตของอีกคนหนึ่งก็เป็นได้ เมื่อเป็น

เช่นนั้นเสรีภาพที่แท้ของคนจึงไม่มีเพราะตราบใดที่คนต้องอยู่รวมกันในสังคมก็จำเป็นต้องเคารพในกฎเกณฑ์

ของสังคมเพื่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวม

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนจะดำรงอยู่ในโลกและจักรวาลอย่างไรให้สมดุลและเบียดเบียนกันให้น้อยที่สุด ในขณะที่

ต้องตกเป็นทาสของของแรงขับภายใน และกฎเกณฑ์ภายนอก


ลิงค์หัวข้อ: http://wintesla2003.com/topic/107428
บันทึกการเข้า

หน้า: 1    ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


* แบ่งปันหัวข้อนี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์/บล๊อก
(HTML)